หน้าแรก » เรื่องราวน้ำดื่ม » ภารกิจพิชิตความสุข EP.6 มีความสุขทุกที่ แม้ยาม "บูลลี่" มาเยือน

ภารกิจพิชิตความสุข EP.6 มีความสุขทุกที่ แม้ยาม "บูลลี่" มาเยือน

แชร์หน้านี้ Line

ภารกิจพิชิตความสุข : มีความสุขทุกที่ แม้ยาม "บูลลี่" มาเยือน

"บูลลี่" (bully) หรือการกลั่นแกล้ง เป็นสิ่งที่สะท้อน "อคติ" ที่เพื่อนมนุษย์มีต่อกันได้อย่างชัดเจน หลายคนมองว่าการบูลลี่เป็นเรื่องปกติในสังคมมนุษย์ แต่เราเห็นต่าง...และเราอยากตั้งคำถามกลับไปดัง ๆ ว่า แท้จริง การบูลลี่เป็นเรื่องปกติ หรือ เป็นสิ่งผิดปกติที่เรา "เคยชิน" จนเรามองว่าเป็นเรื่องปกติไปเองกันแน่

 

สวัสดีทุก ๆ ท่าน ภารกิจพิชิตความสุขกับน้ำดื่มเวลล์เล่ กลับมาพบกันอีกตอนหนึ่งแล้ว ใน EP. นี้อยากมาชวนคุยในเรื่องหนึ่งที่กำลัง Intrend ในโลกไซเบอร์ ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากโลกไซเบอร์หรือในโซเชียลมีเดียนี่เอง แต่ในเวลาต่อมาผลลัพธ์ที่ออกมากับขยายใหญ่กลายเป็นปัญหาสังคมที่น่าเป็นห่วง ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีใครที่จะมีทางแก้ไขหรือ "สูตรสำเร็จ" ในการแก้ปัญหานี้ เพราะในสมัยก่อนสังคมไม่ได้มีปัญหานี้ในแบบที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ประเด็นที่เรากำลังกล่าวถึงนี้ก็คือ "Cyberbullying" หรือการกลั่นแกล้งรังแกกันในโลกไซเบอร์ ซึ่งในตอนนี้เป็นปัญหาที่เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และดูจะรุนแรงมากจนกลายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งเป็น "ทุกข์"  กลายเป็นโรคซึมเศร้าและนำไปสู่ผลลัพธ์ในทางลบที่แย่ยิ่งกว่า ภารกิจของเราใน EP. นี้จึงขอนำทุกท่านร่วมเดินทางผ่านการบูลลี่ไปด้วยกัน

 

จุดจบแห่งความฝัน

ฮานะ คิมุระ (Hana Kimura) เธออายุ 22 ปี เป็นลูกครึ่งอินโดนีเซีย สิ่งที่ทำให้เธอดูพิเศษไปกว่า เด็กสาวผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันในญี่ปุ่นก็คือ เธอเป็นนักมวยปล้ำ และสิ่งที่ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักในไปทั่วในโลกออนไลน์ก็คือ การที่เธอเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้โชว์ของญี่ปุ่น ที่ชื่อว่า Terrace House ซึ่งจริง ๆ แล้ว คนญี่ปุ่นไม่ค่อยชอบดูรายการเรียลลิตี้โชว์สักเท่าไหร่ แต่ที่ทำให้รายการนี้เป็นที่รู้จักและทำให้กระแสเรียลลิตี้โชว์ในญี่ปุ่นตื่นตัวขึ้นมาเพราะ คอนเซ็ปต์ของรายการนี้ที่นำเสนอแบบไม่มีสคริปต์ และไม่มีเป้าหมายรายการที่ชัดเจนอะไร ตัวรายการจะให้คนหนุ่มสาวอายุราว ๆ 20 ปีที่มีความฝันและ Passion ในการทำบางสิ่งมาใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดียวกัน ซึ่งการที่รายการไม่มีเป้าหมายหรือภารกิจว่าคนที่เข้าร่วมต้องไปทำอะไรแข่งอะไร จึงกลายเป็นความแปลกใหม่ที่กลายเป็นเสน่ห์ ใครมีความชอบความสนใจเรื่องอะไรก็ไปทำตามฝันของตัวเอง จึงทำให้รายการดำเนินไปอย่างเป็นธรรมชาติ

ฮานะ คิมุระ เธอเป็นเด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่ Passion ของเธออาจจะต่างไปจากคนอื่นสักหน่อย แต่เธอก็พบตัวเองและก็มุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จในฐานะนักมวยปล้ำหญิง การเข้าร่วมรายการเรียลลิตี้โชว์ดังกล่าวจึงเสมือนเป็นตัวเร่งการเป็นที่รู้จักให้กับเธอ แต่แล้ว...ปัญหาของเธอก็เกิดขึ้น เมื่อตอนหนึ่งในรายการฮานะเธอนำชุดแข่งมวยปล้ำของเธอไปซักในเครื่องซักผ้า แล้วเธอดันลืมทิ้งไว้ เมื่อคนอื่นมาใช้เครื่องซักผ้าต่อก็เลยปั่นชุดมวยปล้ำที่มีราคาแพงของเธอไปด้วย ผลสุดท้ายชุดของเธอขาดยับกระจุยใช้งานไม่ได้อีกต่อไป ทำให้ฮานะอารมณ์ขึ้นโกรธจัดและไปโวยวายกลางรายการ นั่นจึงทำให้ชาวเน็ตเริ่มไม่ชอบเธอ หลาย ๆ คนถึงกับพิมพ์คอมเมนต์ว่ารำคาญเธอมาก และเธอควรจะออกจากรายการไปซะ

เมื่อสถานการณ์โควิด 19 เข้ามากระหน่ำญี่ปุ่น รายการจึงต้องพักการถ่ายทำและการออกอากาศรายการดังกล่าวนี้ ฮานะเองเธอก็ต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเหมือนเช่นทุกคน ดูเหมือนทุกอย่างจะจบไปแล้ว แต่ความจริงวิบากกรรมของเธอเพิ่งเริ่มต้น Cyberbullying จากชาวเน็ตโหมกระหน่ำเธอทุกวัน และแทบจะทุกเวลา ในโซเชียลมีเดียของเธอเต็มไปด้วยคำก่นด่า หยาบคาย วิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ของเธออย่างรุนแรง และถึงขนาดไล่ให้เธอไปตายเลยทีเดียว ผลสุดท้ายเป็นอย่างไร เชื่อว่าหลาย ๆ คนทราบข่าวการสูญเสียของเธอคนนี้กันแล้ว เธอจบชีวิตไปพร้อมกับความฝันที่ยังไม่สำเร็จของเธอ

 

ความเดียวดายที่ไม่เคยให้ใครได้ล่วงรู้

ซอลลี่ ดารานักแสดงและอดีตนักร้องเกิร์ลกรุ๊ป K-Pop วง f(x) ของเกาหลีใต้วัย 25 ภายนอกดูเธอเป็นสาวสวยที่มีความมั่นใจ แต่ใครจะรู้บ้างว่าภายในใจของเธอเปราะบางแค่ไหน ตลอดเวลาที่เธอโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง เธอต้องเผชิญกับคอมเมนต์มากมายในโลกออนไลน์ ที่มีทั้งชื่นชมและเสียงก่นด่า วันแล้ววันเล่าซ้ำ ๆ จนเธอมีภาวะของโรคซึมเศร้า ที่ผ่านมาเธอยังรับมือกับมันได้ แต่...เมื่อเธอโพสต์ภาพ ๆ หนึ่งของตัวเองลงในโซเชียลมีเดีย ในภาพนั้นเธอสวมเสื้อผ้าแต่ชุดอาจจะดูบางเบาแนบเนื้อเกินไปสักหน่อยจนทำให้คนไปโฟกัสว่าเธอ "no bra" ซึ่งก็ดูไม่น่าจะหนักนาอะไร แต่กลับกลายเป็นว่าเกิด Cyberbullying คนในโลกโซเชียลจำนวนมาก "ไม่ยอมรับ" กับสิ่งที่เธอทำ จากประเด็นในโลกโซเชียล กลายเป็นประเด็นใหญ่ขึ้นมาในสังคมเกาหลีใต้ เพราะซอลลี่เลือกที่จะจบทุกปัญหาด้วยการจบชีวิตตัวเองในเวลาต่อมา ใครจะรู้ว่าเธออ้างว้างและเดียวดายแค่ไหน ชาวเน็ตจะรู้บ้างหรือไม่ว่าถ้อยคำที่พิมพ์กันสนุกมือออกไป ส่งผลต่อหัวใจของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไรบ้าง ซอลลี่ได้เคยกล่าวไว้ในรายการทีวีหนึ่งที่เธอไปออกเกี่ยวกับประเด็นนี้ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจจบชีวิตว่า

 

"bra ของผู้หญิงมีสายรัดตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด เป็นส่วนหนึ่งที่บั่นทอนสุขภาพ การไม่ใส่ในบางเวลา มันก็ทำให้ฉันรู้สึกสบายดี สำหรับฉันมองว่าแท้จริง bra ของผู้หญิงเป็นเหมือนเครื่องประดับนะ เครื่องประดับไม่จำเป็นต้องใส่ตลอดเวลาก็ได้ และบางครั้งก็อาจจะไม่ได้เข้ากับชุดทุกชุดเสมอไป อีกอย่างจริง ๆ ร่างกายแบบธรรมชาติของผู้หญิงเราก็เป็นสิ่งที่สวยงามตามธรรมชาติสรรสร้างอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประดับอะไรมาก และนั่นคือเหตุผลที่บางครั้งฉันก็ไม่ใส่บรา"

 

ความสุขจะอยู่ตรงไหน เมื่อโลกออนไลน์ไว้วางใจไม่ได้

ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด มาดูในบ้านเราบ้าง จะพบว่ามีคนดังดารานักร้อง เน็ตไอดอล รวมไปถึงคนทำธุรกิจจำนวนมากต้องเผชิญกับ Cyberbullying เหมือนกันและความรุนแรงก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากรณีในต่างประเทศเลย โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจ ทำเพจทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ หรือคนที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์จะมีประสบการณ์ตรงกับเรื่องนี้มาก เพราะจนถึงขณะนี้ก็ยังมีหลายคนโดนบูลลี่เหมือนเดิม ซึ่งมีตั้งแต่ความเห็นในเชิงลบ การท้าทาย การด่าทอเปรียบเปรยด้วยถ้อยคำรุนแรง ด่าถึงบุพการี หากเป็นเพศหญิงก็จะเลยไปถึงการคุกคามทางเพศผ่านคอมเมนต์ ซึ่งแรงมากจนบางที เราเองเข้าไปเห็นยังอดคิดไม่ได้เลยว่า "ทนได้ยังไง" นี่เรามาไกลกันจนการละเมิดความเป็นคนกันบนโลกออนไลน์กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วหรือนี่

มีเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องก็คือ Cyberbullying ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ User ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มอย่างพวกเราเท่านั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่เองก็ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากสิ่งนี้เหมือนกัน อย่าง Facebook มีพนักงานในตำแหน่ง คนคัดกรองคอนเทนต์หรือ Content Moderator ทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาและเซ็นเซอร์คอนเทนต์ไม่เหมาะสม แต่พวกเขาเหล่านี้กลับต้องเผชิญกับคอนเทนต์ที่เต็มไปด้วยความน่าหดหู่ เพราะมีการบูลลี่กันเต็มไปหมด และหนักถึงขั้นไลฟ์สดฆ่าตัวตายก็มีให้เห็นกันแล้ว จนทำให้โซเชียลมีเดียเต็มไปด้วย "เรื่องเชิงลบ" Facebook  และ IG กลายเป็นพื้นที่ที่มีแต่พลังด้านลบอยู่ในนั้น และนับวันจะเพิ่มมากขั้นเรื่อย ๆ ด้วย นั่นทำให้คนคัดกรองคอนเทนต์ของบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ขอลาออกมาแล้วหลายคน และยังส่งเรื่องฟ้องศาลด้วยว่าบริษัทแห่งนี้มอบหมายหน้าที่ที่ไม่สร้างสรรค์ให้พนักงาน

 

"บอกตัวเองว่า "ฉันไม่ได้ทำผิดอะไร"

เมื่อการบูลลี่กันในโลกออนไลน์กลายเป็นเรื่องที่ไม่ว่า "คุณ" หรือใครก็ตามมีโอกาสประสบพบเจอได้ ตราบใดที่คุณได้สร้างพื้นที่ส่วนตัวบนโลกออนไลน์ขึ้นมา แล้วได้เปิดพื้นที่นั้นให้คนที่รู้จักและไม่รู้จักได้เข้าถึง ก็เป็นไปได้ที่วันใดวันหนึ่งคุณอาจจะถูก Cyberbullying เพียงเพราะคุณโพสต์ หรือ Comment อะไรบางอย่างลงไป ดังนั้น การสร้างเกราะป้องกัน หรือ เตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องนี้ไว้ก็เป็นสิ่งที่ดี
มีสารพัดวิธีที่จากผู้มีประสบการณ์หรือเคยเผชิญกับ Cyberbullying ได้ใช้ ลองมาดูแนวทางคร่าว ๆ กันดีกว่า

 

 

วิธีรับมือกับ Cyberbullying เหล่านี้ อาจได้ผลสำหรับบางคน ส่วนบางคนก็ใช้แล้วไม่ได้ผล ปัญหาและความทุกข์ยังคงวนเวียนตามมาหลอกหลอนไม่รู้จบ แต่วิธีที่เราอยากแนะนำ หรือคุณลองทุกวิธีแล้วรู้สึกยังเกิดความทุกข์ใจ สลัดอย่างไรก็ไม่ออก ไม่มีความสุขกับชีวิตอยู่เช่นเดิม ลองวิธีนี้นั่นคือ กลับมา "อยู่กับตัวเอง" และบอกตัวเองว่า "ฉันไม่ได้ทำผิดอะไร" แต่นั่นคุณก็จะต้องแน่ใจก่อนนะว่า โพสต์ของคุณหรือ Comment  ของคุณไม่ได้ไปรุกราน ตำหนิติเตียนและสร้างความไม่พอใจให้ใคร หากคุณมั่นใจว่าฉันไม่ได้ทำสิ่งไม่ดี ก็ขอให้ลองปรับใจของตนเอง ปรับความคิดของตนเองว่า ทัศนคติของฉันไม่ได้ผิด แต่ที่ผิดคือ ทัศนคติของพวกเขา ปัญหาไม่ได้เกิดที่ตัวฉัน แต่ที่เป็นปัญหาคือพวกเขา ซึ่งเมื่อเป็นปัญหาของเขา ไม่ใช่ปัญหาของเรา เราก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เมื่อเราทำอะไรไม่ได้ เราก็จะปล่อยผ่านไป วันนี้อาจจะยังคิดอยู่บ้างก็ไม่เป็นไร ให้เวลากับมันสักหน่อย แล้ว "มันจะผ่านไป" จากนั้น "ช่วงเวลาแห่งความสุข" จะค่อย ๆ ผ่านและคืบคลานเข้ามาในหัวใจของเราทีละน้อย จนเราเอาชนะพลังด้านลบแห่งการบูลลี่ไปได้นั่นเอง 

หากคุณไม่รู้ว่า "ช่วงเวลาดีๆ" และ "ช่วงเวลาแห่งความสุข" ของชีวิตจะผ่านเข้ามาในตอนไหน เพราะคุณต้องการให้เรื่องร้าย ๆ ออกไปจากชีวิตโดยเร็วที่สุด เราก็ขอแนะนำ ให้คุณลองดื่ม "เวลล์เล่" วิธีง่าย ๆ ที่จะทำให้คุณได้พักผ่อนกายพักผ่อนจิตใจของคุณจากช่วงเวลาแย่ ๆ ความใสสะอาดบริสุทธิ์ จะช่วยลบล้างสิ่งที่ขุ่นข้องภายในใจของคุณได้ และจะแทนที่ช่องว่างภายในใจของคุณด้วย "Happiness Moment" ความรู้สึกดี ๆ ที่จะทำให้คุณมีความสุขได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ยามที่การ "บูลลี่" มาเยือน และนี่คือภารกิจของเรา "เวลล์เล่" ที่จะทำให้คุณพบกับความสุขของชีวิตได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่คุณดื่มน้ำ... พบกันใหม่ตอนหน้า

อ้างอิงข้อมูลจาก
www.latimes.com
www.japantimes.co.jp
www.japantimes.co.jp
www.koreaherald.com
www.amnesty.or.th

บริษัท โกลบอล เบฟเวอเรจ จำกัด

Global Beverage Co., Ltd.


สำนักงานใหญ่ เลขที่88/8 หมู่ 4 ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000

077-828555

E-mail : info@globalbev.co.th