หน้าแรก » เรื่องราวน้ำดื่ม » ภารกิจพิชิตความสุข EP.2 โดย เวลล์เล่

ภารกิจพิชิตความสุข EP.2 โดย เวลล์เล่

แชร์หน้านี้ Line

#ภารกิจพิชิตความสุข: ความสุขพอมีที่ไม่พอดีของ "ตู้ปันสุข

      ภายใต้สถานการณ์ไวรัสร้ายที่กลืนกินโลก กระทบต่อ "ความสุข" ของคนทุกคน ในขณะเดียวกันสถานการณ์นี้ก็สร้างปรากฎการณ์ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ "ตู้ปันสุข" ตู้กับข้าวอันแสนจะธรรมดาที่เกิดขึ้นจากเจตนาอันดีของเพื่อนมนุษย์ ที่อยากจะแบ่งปันน้ำใจ อยากจะแชร์ความสุขออกไปโดยการแปรน้ำใจให้กลายเป็นข้าวสาร อาหารแห้ง ไข่ไก่ ปลากระป๋อง และน้ำดื่ม เพื่อให้คนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ขาดรายได้ ไม่มีเงินซื้ออาหาร ได้มีแหล่งมารับอาหารประทังชีวิต ซึ่งตู้ปันสุขนี้ไม่เพียงแชร์ความสุขได้ แต่ยังตอบโจทย์กับสถานการณ์ อยู่ในกรอบของ Social distancing ได้ค่อนข้างดีเลยด้วย
 
จากตู้แบ่งปันอาหาร สู่ กระแส #ตู้ปันสุข
      จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในต่างจังหวัดแห่งหนึ่งของประเทศไทย สู่การกระจายน้ำใจไปยังเมืองใหญ่ และ กลายเป็นเทรนด์ฮิตไปทั่วประเทศ มีรายงานจาก Zanroo บริษัท Startup ไทยด้านวิเคราะห์ข้อมูล ที่รวบรวมประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในสังคม ช่วงระหว่างวันที่ 11 - 17 พ.ค 63 ซึ่งพบว่าประเด็น "ตู้ปันสุข" ถูกพูดถึงในสังคมเป็นอันดับต้น ๆ และมี #ตู้ปันสุข เกิดขึ้นใน Social Media ซึ่งก็ฮิตติดเทรนด์อันดับต้น ๆ ในโลกโซเชียลเลยเช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้นประเด็นตู้ปันสุข ยังกลายเป็นประเด็น Comment กันสนั่นของชาวโซเชียลแดนมังกร ที่รู้สึกทึ่งในไอเดียและความมีน้ำใจของคนไทยเราด้วย
 
หยิบไปแค่พอดี หากมีเหลือก็นำมาแบ่งปัน
      ตู้ที่วางอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ และมีข้อความคล้ายคำขวัญหรือสโลแกนประจำตู้ว่า "หยิบไปแค่พอดี หากมีเหลือก็นำมาแบ่งปัน" กลายเป็นภาพหนึ่งกำลังสะท้อนให้เห็น น้ำจิตน้ำใจของคนไทยที่ไม่เคยเหือดแห้งไป แต่ในขณะเดียวกันก็กลับสะท้อนภาพความทุกข์ยาก ความโกลาหล ความเห็นแก่ตัว ความไม่รู้จักพอที่เป็นสันดานดิบของมนุษย์ออกมาให้เราเห็นด้วย
 
ความอารีที่แปรผัน
      จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการแบ่งปันความสุข เฉลี่ยความทุกข์ยากของผู้คนให้ลดน้อยลงตามกำลัง บัดนี้ความโอบอ้อมอารีเหล่านี้แปรสภาพกลายมาเป็น “กล้องวงจรปิด” ที่คอยจ้อง "จับผิด" ว่าใครบ้างที่หยิบของจากตู้ไปมากเกินพอดี
      ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ใช่ต่อต้านความอารีมีน้ำใจ และก็ไม่ใช่ดัดจริตโลกสวย ว่าต้องเห็นใจกันให้มากขึ้น แต่เรากำลังกล่าวถึง "ความสุขที่ไม่พอดี"  ความพอมีที่ไม่เคยสมดุลในชีวิตของมนุษย์เรา ซึ่งอยู่คู่กับมนุษยชาติเราเรื่อยมาทุกยุคทุกสมัย
 
ตู้ปันสุข ตู้ที่เก็บงำภาพของสังคมไทย
      อธิบายให้กระจ่าง ก็อาจบอกได้ว่า อยากรู้ว่าสังคมและชุมชนมีฐานะเป็นอย่างไร ก็ลองไปดูที่ตู้ปันสุข ตู้ไหนมีของมาก กองอยู่เต็มตู้ มีคนหยิบไปน้อยกว่าคนเอาไปใส่ ก็แสดงว่าชุมชนและสังคมในแถบนั้นค่อนข้างมีฐานะ ถึงไม่รวยแต่ก็ไม่จน แต่ถ้าตู้ไหนของหมดทุกวัน แม้จะมีคนนำมาใส่ไว้วันละหลายรอบ แต่ยังไงก็ไม่เหลือ ก็แสดงว่าชุมชนและสังคมในแถบนั้นมีคนยากจนเยอะมากกว่าคนมีฐานะ หลายคนอาจจะแย้งว่าความจริงไม่ใช่แบบนั้น ในชุมชนหรือย่านนั้นอาจมีคนฐานะปานกลางอยู่เยอะ แต่ที่ของหมดตลอดเพราะมีคนเห็นแก่ตัวมาหยิบของไปทีละเยอะ ๆ จึงทำให้ตู้ปันสุขไม่มีความสุขให้แบ่งปันหรือมีไม่เพียงพอต่อคนมาทีหลัง แต่เรื่องนี้ยังมีอีกมุมให้มอง เพราะฉันก็เจอมาด้วยตัวเอง
 
Photo by Zoe Chen on Unsplash
 
อีกมุมหนึ่งของความโลภ
      เป็นไปได้ไหมคนที่มาหยิบของไปจากตู้ปันสุขแบบครั้งละมาก ๆ แท้ที่จริงเขาไม่ได้หยิบไปด้วยความละโมบโลภมาก แต่เขาเอาไปเผื่อคนอื่น ๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงการปันสุขตรงนี้ได้ เรื่องนี้ฉันเจอมาเอง มีคนขาพิการคนหนึ่ง วานให้เพื่อนบ้านเป็นชายสูงวัยไปหยิบอาหารจากตู้ปันสุขมาให้หน่อย ซึ่งเพื่อนบ้านที่เป็นชายสูงวัยก็ไปหยิบให้ พอไปถึงตู้ปันสุข ชายสูงวัยคนนั้นก็หยิบของในตู้ปันสุขแบบไม่รั้งรอ หยิบแล้วหยิบอีก ทั้งข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เรียกว่าหยิบมาเยอะจนล้นถุง ใครไปเจอภาพนั้นเข้าก็คงจะตำหนิคุณลุงคนนี้แน่นอน ถ้าตรงนั้นมีกล่องวงจรปิดติดอยู่ป่านนี้ ลุงคนนั้นก็คงไม่พ้นที่จะถูกโพสต์ประจานในสื่อสังคมออนไลน์และเป็นข่าวไปแล้ว แต่ที่ตรงนั้นไม่ได้มีกล้องติดอยู่ ในนาทีแรกที่ฉันเห็นและยังไม่รู้ความจริง ใจฉันก็นึกตำหนิลุงคนนี้เช่นกัน
     แต่เมื่อฉันมารู้ความจริงทำให้ฉันต้องพลิกมุมคิดทันที และเกิดความละอายแก่ใจตัวเองด้วย เพราะลุงคนนั้นนำของที่หยิบจากตู้ปันสุขทั้งหมดมาให้เพื่อนบ้านที่ขาพิการ รวมถึงคนในครอบครัวของเพื่อนบ้านคนนั้น ที่มีอยู่กันถึง 5 ชีวิต มีทั้งพิการ ชราภาพติดเตียง สิ่งของที่ยังเหลือ ลุงคนนั้นยังนำไปแบ่งปันกับบ้านอื่น ๆ ใกล้เคียง ที่ไม่สะดวกต่อการเดินไปหยิบของที่ตู้ปันสุขด้วยตัวเองด้วย
     เมื่อเรื่องออกมาเป็นแบบนี้ คุณคิดอย่างไร เราตัดสินใครเร็วกันเกินไปหรือไม่ ? ลุงคนนั้นเป็นคนที่ไม่รู้จักพอ หรือเป็นคนมีน้ำใจกันแน่ ?
 
สุขที่ "ใจ" ไม่ใช่ "สมอง”
      ตู้ปันสุข จะกลายเป็นตู้ที่แบ่งปันความสุขให้ถึงผู้คนได้จริง ผู้ที่คิดจะปันสุขและนำของมาใส่ไว้ในตู้ ต้องเริ่มต้นจาก "ใจ" ไม่ใช่ "สมอง"
 
ใส่สิ่งของพร้อมกับ “ใจ” ที่สละให้เข้าไปในตู้ แต่จงอย่าใส่สิ่งของพร้อม “สมอง” ที่ช่างคิดเล็กคิดน้อยเข้าไปในตู้
 
เมื่อการให้คือการสละหรือปล่อยออกไป ถ้าเรายังใช้สมองยึดมันไว้บางส่วน การให้นั้นก็ไม่ใช่การให้ที่บริสุทธิ์ ให้แล้วเป็นทุกข์ก็อย่าให้ดีกว่า เมื่อนำตู้ไปตั้ง นำของไปใส่ไว้เพื่อบริจาค ก็ให้มันแล้ว ๆ กันไป ใครจะหยิบมากหยิบน้อยก็อย่าไปคิดให้เสียเวลา เพราะเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของเราแล้ว เราไม่สามารถไปควบคุมเรื่องนั้นได้อีกต่อไป ถ้าคุณทำไปแล้ว และตู้ปันสุขไม่ได้เป็นการปันสุขให้ทั้งคุณและเขา แต่กลับเป็นตู้สร้างทุกข์ให้คุณ แบบนี้คุณต้องคิดใหม่กันแล้วว่าควรทำหรือไม่
     
       น้ำดื่มเวลล์เล่ อยากให้คนไทยมีความสุขกับการให้ มีความสุขกับการได้ทำความดี มีรอยยิ้มจากกันแบ่งปัน เหมือนกับเราที่มีความสุขเสมอที่ได้ปันสุขให้กับคนไทย ผ่านน้ำดื่มจากธรรมชาติที่ใสสะอาดบริสุทธิ์และมีคุณภาพ ภารกิจพิชิตความสุขในครั้งนี้ จึงอยากจะทิ้งท้ายไว้ให้ทุกท่านได้คิดเล่น ๆ ว่า
      อะไรที่หลุดจากมือเราไปแล้ว เราจะไม่สามารถควบคุมได้อีก หากจะฝันถึงโลกสวยรวยน้ำใจ ก็จงให้แล้วอย่ายึดติด  เพราะถ้าคุณยังยึดติด คุณจะต้องพบกับความจริงอันโหดร้าย ที่อาจทำร้ายใจคุณจนเสียศูนย์ และอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้คุณสิ้นศรัทธาในความดีเลยก็ได้
 

บริษัท โกลบอล เบฟเวอเรจ จำกัด

Global Beverage Co., Ltd.


สำนักงานใหญ่ เลขที่88/8 หมู่ 4 ตำบลหงาว อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง 85000

077-828555

E-mail : info@globalbev.co.th